| - |
ศาลเจ้ากวางตุ้ง (กงจิ้งถัง) เป็นศาสนาสถานจีนในกรุงเทพมหานคร ที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจ |
| เคารพสักการะ ตั่งอยู่ริมถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นย่านที่มีคนจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก |
|
 |
| - |
การอพยพเข้ามาของคนจีนในสมัยรัตนโกสินทร์ ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 1- 5 เป็นผลทำให้เกิดการสร้าง |
| วัดและศาลเจ้าจีนกระจายทั่วไป ชาวจีนที่อพยพเข้ามาส่วนใหญ่เดินทางมาจากมณฑนฝูเกี้ยนและกวางตุ้ง ทางประ |
| เทศจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นเมืองที่พัฒนาขึ้นตามที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล (เรามักเรียกว่า ชาวจีนโพ้นทะเล) เมื่อไปอาศัยอยู่ |
| ที่ใดก็มักจะสร้างศาสนสถานที่ประกอบพิธีกรรมและบูชาเทพเจ้าของตนเสมอ สำหรับชาวจีนในประเทศไทยนั้นได้ |
| รับสิทธิเสรีภาพในการนับถือสาสนาปละประกอบพิธีกรรมของตนมาโดยตลอด |
|
 |
| - |
สิ่งที่น่สนใจประการหนึ่งคือ ศาลเจ้าจีนในเมืองไทยไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังทำ |
| หน้าที่เสมือนเป็นสมาคมของชาวจีนด้วย เป็นทั้งสถานที่พบปะสังสรรค์ช่วยเหลือกันในด้านต่างๆ ศาลเจ้าบางแห่ง |
| ได้รับบริจาคจากชาวจีนที่ประสบความสำเร็จทางการค้าจึงทำให้มีการพัฒนากิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสาธารณะประ |
| โยชน์และสาธารณะสังคมต่างๆ นอกเหนือจากนี้ยังมีการก่อนตั้งโรงพยาบาล โรงเรียน และสุสานสำหรับคนจีนด้วย |
| - |
ศาลเจ้ากวางตุ้ง มีประวัติความเป็นมายาวนาน สามารถย้อนหลังไปได้เมื่อประมาณ ค.ศ.1881 ศาล |
| เจ้าที่สร้างขึ้นตามความเชื่อทางพุทธศาสนานิกายมหายาน ผสมกับสัทธิบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมแบบจีน จากหลักฐานบน |
|
| แผ่นหินจารึกซึ่งติดอยู่บนกำแพงรอบศาลเจ้าทางทิศตะวันตกเฉียงหนือ ระบุว่าศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. |
| 2423 ตรงกับสมัยรัชการที่ 5 (พ.ศ.2411-2543) โดยชาวจีนกลุ่มหนึ่งซึ่งอพยพมาจากมณฑลกวางตุ้ง (ภาษาจีน |
| เรียกว่า กว่างเจ้า หรือ กว๋องสิว) เข้ามารวมตัวกันจัดตั้งสมาคมอย่างไม่เป็นทางการขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2420 |
| - |
ตามประวัติของสมาคมกล่าวอธิบายไว้ว่า เดิมสมาคมมีลักษณะเป็น "ศาลากว๋องสิว"หรือ "บ้านพักของ |
| ชาวกวางตุ้ง " ซึ่งเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ช่วยเหลือกัน ในครั้งนั้นได้มีการรวบรวมเงินประมาณ 17,000 บาท |
| มาซื้อที่ดินในถนนเจริญกรุง แล้วจัดตั้งเป็นสมาคมการกุศลที่มีคณะกรรมการเป็นชาวจีนและได้ใช้ศาลเจ้า เป็นทั้ง |
|
 |
| ศูนย์กลาง และที่ทำการของสมาคม ในการรวบรวมสิ่งของ และเงินไปบริจาคเพื่อการกุศลทุกๆ ปี เช่นเดียวกันกับสมาคมอื่น บรรดาสมาคมและ |
| ศาลเจ้าจีนเหล่านี้จึงเป็นศูนย์กลางสำคัญในการถ่ายทอด วัฒนธรรมประเพณีแบบจีนที่สำคัญแห่งหนึ่ง |
|
 |
| - |
ในปี พ.ศ.2423 สมาคมกว๋องสิวเป็นผู้รวบรวมเงินบริจาคและดูแลการ |
| ก่อสร้างศาลเจ้าเองทั้งหมด ในครั้งนี้นได้ส่งคนกลับไปยังเมืองจีนเพื่อซื้อวัสดุในการ |
| ก่อสร้างและศิลปกรรมการตกแต่งต่างๆ เช่น เสาหิน บันไดหิน สิงโตหิน มังกรดินเผา |
| ประดับกระเบื้องเคลือบ กระเบื้องมุงหลังคา ได้แก่ สลักเสาไม้ ป้ายคำโคลงกลอน และ |
| ระฆัง เป็นต้น มาประกอบที่เมืองไทย โดยสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมประเพณี |
| โบราณของจีนทุกประการ ป้ายหน้าศาลเจ้าได้จารึกไว้ว่า "กงจิ้งถัง" แปลว่า หอเคา |
| รพ ภายในประดิษฐานรูปเคารพเทพเจ้าต่างๆ ซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองจีน ชาวจีนเชื่อ |
| ว่าเทพเจ้าเหล่านี้เป็นผู้บันดาลโชคลาภ ความมั่งคั่งและความสมบูรณ์พูนสุขให้แก่ตน |
| เองครอบครัว และบรรพบุรุษ เทพเจ้าเหล่านี้ได้แก่ |
| 1 |
เพทเจ้ากวนอู (กว่างตี้) ชาวจีนเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าตงฉิน ผู้มีความกล้า |
| - |
หาญเก่งกาจ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี เป็นเทพแห่งชัยชนะ |
| 2 |
เทพเจ้าขงจื้อ เป็นนักปราชญ์ของลัทธิขงจื้อ ผู้มีความรู้สูงส่งสอนให้คน |
|
 |
 |
 |
| - |
กตัญญูและเคาระบรรพบุรุษคำสอนของขงจื้อเป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรม |
| 3 |
เทพเจ้าเหวินฉ่างตี้ชุน (เง็กเซียนฮ่องเต้) เป็นเทพเจ้าเกี่ยวกับราชา และ |
| - |
ความรู้ เป็นผู้คุ้มครองผู้ที่จะเข้าไปสอบจอหงวนเป็นขุนนางในราชสำนัก |
| 4 |
เทพเจ้าลู่ปาน (อาจารย์หลูปาน) เป็นเทพเกี่ยวกับการก่อสร้างทางาน |
| - |
สถปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงมาก |
| 5 |
พระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณาตามความ |
| - |
เชื่อแห่งพุทธศาสนานิกายมหายาน |
|
จีนส่วนใหญ่ |
 |