คำขวัญของโรงเรียน - ซื่อสัตย์ กตัญญู เมตตา กรุณา สัจจะ ยุติธรรม สันติ สงบสุข
ความหมายของสี - - แกร่งกล้า - สดใส - ร่าเริง
ความหมายของสัญลักษณ์โรงเรียน - แสงสว่างแห่งการศึกษา ประดุจดั่งธารน้ำไหลสู่มณีสมุทร
ContactGraveyardHospitalShrineSchoolCommerceHome Page
โรงเรียนกว่างเจ้า
บริหาร

หลักสูตร

คณะกรรมการ
สมาคมศิษย์เก่า
คณะครู
กิจกรรม
ฝ่ายบริหาร
ระเบียบการ
กำเนิดโรงเรียนกว่างเจ้า
บทนำ โรงเรียนกว่างเจ้า กำเนิดมาจากโรงเรียนกว๋องสิว และโรงเรียนกว๋องสิวแบ่งออกเป็นกว๋องสิว
โรงเรียนหว่าเย็ก คือ ต้นกำเนิดของโรงเรียนกว่างเจ้า เมื่อ ค.ศ.1911 ถึง ค.ศ.1914 หลังสิ้นราชวงศืเช็งประเทศ
จีน ให้ความสำคัญต่อการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชาวจีนโพ้นทะเล ธุรกิจ และการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญ
ขณะนั้นได้มีชาวจีนกวางตุ้งในประเทศไทยคือ นายว๊องเจ้งไหลนายฉั่นเก๋งหว่า นายโหลวปากหล่องนายจี้กวั้นจี๋
ฯลฯ ได้ช่วยกันก่อตั้งโรงเรียนหว่าเย็กขึ้นภ
ายในคฤหาสน์ของสมาคมกว๋องสิว โดยเปิดการสอนด้วยตำราซ้าม
จี่เก้ง และตำราซีซี่นี่คือจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งแผนกโรงเรียนของสมาคมกว๋องสิว
---------------------1. มาจากโรงเรียนเหม่งตั้ก และโรงเรียนสตรีควั้นตั้ก
-------------------- 2. มาจากโรงเรียนหว่าหน่ามและโรงเรียนสตรีกีดฟ้อง
-----โรงเรียนทั้ง 2 ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 16/5/1932 จนถึงปี 1939 สถานการณ ์บ้านเมืองเกิดความไม่สงบจึงจำเป็นต้องปิดกิจการโรงเรียนจากนั้น 11-10-1946 จึงเริ่มต้นเปิดกิจการขึ้นใหม่อีกครั้งและเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนกว่างเจ้า
โรงเรียนเหม่งตั้ก สถานที่ตั้งโรงเรียน : คือสถานที่ตั้งโรงพยาบาลกว๋องสิวแผนกผดุงครรภ์ปัจจุบัน – (1914 ถึง 1932) ครั้นเมื่อเปิด
การสอนเป็นทางการแล้ว ได้ให้ชื่อว่าโรงเรียนกว๋องสิวก้งหลับเหม่งตั้ก ค.ศ. 1915 ขยายโรงเรียนโดยก่อสร้างตึก 3 ชั้นเพิ่ม เปลี่ยนการรับนักเรียน
เข้าเรียนเป็นชายหญิงรวมกัน เครื่องแบบนักเรียน แต่งกายด้วยชุดฝึกแบบทหารทั้งหมด ค.ศ. 1917 นักเรียนมีจำนวน 300 กว่าคนในขณะนั้นถือ
ว่าเป็นโรงเรียนจีนที่เด่นดังที่สุด ค.ศ. 1931 ยามสังคมเมืองไทยตกต่ำบ้านเมืองไม่สงบ เศรษฐกิจของชาวจีนโพ้นทะเลตกต่ำ ถึงขีดสุด โรงเรียน
พลอยได้รับผลกระทบเช่นกัน ค่าใช้จ่ายของโรงเรียนไม่พอจ่าย กรรมาธิการโรงเรียน จึงมีมติให้รวมกับโรงเรียนสตรีควั้นตั้ก เพื่อลดค่าใช้จ่ายโดย
คงชื่อโรงเรียนเหม่งตั้กเท่านั้น จวบจนปี ค.ศ. 1932 ถึงได้เปลี่ยนมาเป็นโรงเรียนกว๋องสิว 1
โรงเรียนสตรีควั้นตั้ก สถานที่ตั้งโรงเรียน : ตั้งอยู่ตรงข้ามไปรษณีย์กลาง ตรอกสะพานยาว (1917 ถึง 1931) ค.ศ. 1917 ด้วยเหตุที่ชาว
จีนโพ้นทะเลรู้ซึ้งถึงความสำคัญของการศึกษา และในฐานะสตรีคือเพศผู้แม่ จำต้องมีการศึกษาให้ทันคนฉะนั้น
จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง โรงเรียนสตรีควั้นตั้กขึ้น เพื่อตอบสนอง
ค.ศ. 1927 ขยายตัวโรงเรียน ด้วยเหตุที่มีนักเรียน
จำนวนเกิน 200 คน ห้องเรียนมีจำนวนไม่พอกับการรองรับ จึงได้ก่อสร้างห้องเรียนเพิ่มมากขึ้น(ขณะนั้นทั้งโรง
เรียนสตรีควั้นตั้ก และ โรงเรียนเหม่งตั้ก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นของสมาคมกว๋องสิว )
ค.ศ.1931 เศรษฐกิจของ
ชาวจีนขณะนั้นลำบากมากขึ้นทุกวัน กรรมาธิการโรงเรียนจึงมีมติ ให้รวมกับโรงเรียนเหม่งตั้ก และขอให้ใช้ชื่อ
เป็นโรงเรียนกว๋องสิว 1 สถานที่ให้ใช้ที่โรงเรียนเหม่งตั้ก
โรงเรียนหว่าหน่าม สถานที่ตั้งโรงเรียน : บางรัก ตรอกซุง ภายในศาลบรรพบุรุษ ตระกูลเหลี่ยง ค.ศ. 1925 ชาวจีนกวางตุ้งที่ฝักใฝ่ใน
การศึกษา ได้ร่วมกันก่อตั้งโรงเรียนหว่าหน่ามขึ้น ขณะนั้น บางรักเป็นจุดศูนย์กลางของความเจริญ และลูกหลานของคนจนก็มีมาก แต่จุดประสงค์
ของโรงเรียนที่แท้จริง คือ การช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่สมารถเข้าเรียน เพื่อการศึกษาได้
ค.ศ.1927 นักเรียนเพิ่มจำนวนมาก
ขึ้น จากสี่สิบห้าคน กลายมาเป็นสองร้อยกว่าคน
ค.ศ. 1929 ด้วยเหตุที่ผู้ก่อตั้งโรงเรียนหลายคน ได้ทยอยกันลาออก จากโรงเรียนจึงได้มอบหมาย
ศูนย์บัญชาการก๊กหมิงตั๋ง กองพลที่ 9 เป็นผู้ดูแลแทน
ค.ศ. 1930 ศูนย์บัญชาการกองพลที่ 9 ไม่สามารถรับผิดชอบต่อไปอีก จึงมอบคืนให้กับฝ่าย
บริหารการศึกษา รับผิดชอบดูแลต่อ
ค.ศ. 1932 หลังจากสมาคมรับคืนในความรับผิดชอบ และดูแลจากฝ่ายบริหารด้วย ขณะนั้นเศรษฐกิจตกต่ำ
คณะกรรมาธิการโรงเรียนจึงมีมติให้รวมกับโรงเรียนสตรีกีดฟ้อง เป็น โรงเรียนกว๋องสิว 2
โรงเรียนสตรีกีดฟ้อง สถานที่ตั้งโรงเรียน : เริ่มตั้งอยู่ในถนนสุรวงศ์ ต่อมาได้ย้ายเข้าในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ค.ศ. 1926
สตรีชาวจีนได้ร่วมใจกันก่อตั้งโรงเรียนสตรีกีดฟ้องขึ้น โดยเช่าบ้านพักแถบถนนสุรวงศ์ มาเปิดเป็นโรงเรียนสอน
ค.ศ. 1928 2 ปีผ่าน โรงเรียนบริหารได้เจริญรุ่งโรจน์ เงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามากมาย จนมีพอสำหรับก่อสร้าง
โรงเรียนด้วยตนเอง จึงได้ย้ายไปเช่าพื้นที่ ของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ในพื้นที่เขตพญาไท มาสร้างโรงเรียน

ค.ศ. 1932 ด้วยเศรษฐกิจขณะนั้นตกต่ำอย่างมาก จึงได้โอนการปกครองโรงเรียนให้กับสมาคมกว๋องสิวโดยได้
รวมตัว โรงเรียนกับโรงเรียนหว่าหน่ามให้ชื่อเป็น โรงเรียนกว๋องสิว 2
โรงเรียนกว๋องสิว สถานที่ตั้งโรงเรียน : โรงเรียนกว๋องสิว 1 ตั้งอยู่ภายในสมาคมกว๋องสิว ค.ศ. 1932 หลังการสถาปนาโรงเรียน นัก
เรียนสองร้อยแปดสิบกว่าคน ค.ศ. 1933 นักเรียนเพิ่มขึ้นเป็นสี่ร้อยกว่าคน จึงต้องขยายห้องเรียนเพิ่ม โดยก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นอีกหนึ่งชั้นบนตึกที่
3 ของสมาคม และให้จัดเป็นห้องประชุม ส่วนห้องประชุมเดิมบนชั้น 2 ให้เปลี่ยนมาเป็นห้องเรียนแทน
สถานที่ตั้งโรงเรียน : โรงเรียนกว๋องสิว 2 ตั้งอยู่ภายในศาลบรรพบุรุษตระกูลเหลี่ยง ตรอกซุง บางรักค.ศ. 1932
หลังการสถาปนาโรงเรียน มีนักเรียนสองร้อยกว่าคน ค.ศ. 1936นักเรียนเพิ่มขึ้นเป็นหกร้อยกว่าคน ห้องเรียนมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถรองรับได้
จึงก่อสร้างห้องเรียนเป็นเรือนไม้ 2 ชั้นเพิ่มขึ้น ที่บริเวณสนามกีฬาด้านหลัง และต่อเติมห้องเรียนบริเวณทั้ง 2 ด้าน อีก 3 แถวยาว
เมื่อรวม 2 โรง
เรียนแล้ว มีนักเรียนรวมหนึ่งพันหนึ่งร้อยกว่าคน ทั้งนี้มีนักเรียนอนาถาจำนวนไม่น้อย สรุปว่า โรงเรียนกว๋องสิวถึงจะแบ่งเป็น 2 โรงเรียนก็ตามแต่
่ก็เป็นหนึ่ง ด้วยการบริหารของครูใหญ่ หว่องฉอแหย่ง โดยแต่ละโรงเรียนมีผู้รับผิดชอบแทน คือ กว๋องสิว 1 ศิษย์เก่าเหลี่ยงจันปิ้วและกว๋องสิว 2
ศิษย์เก่าหว่องยัดจี้
โรงเรียนกว่องเจ้า สถานที่ตั้งโรงเรียน : โรงเรียนกว๋องสิว ภายในสมาคมกว๋องสิว
11/10/1946 ภายหลังจากโรงเรียนกว๋องสิวเปิดทำการสอนแล้ว อาจารย์ใหญ่ หว่องโห่วหยิ่น ด้วยธุรกิจการ
ค้าส่วนตัวได้ขยายตัว จึงต้องลาออกกลับสู่ประเทศอเมริกา ทางสมาคมกว๋องสิว จึงได้เชิญ ก๊ำเชกฟ๊ง เข้ารับตำ
แหน่งอาจารย์ใหญ่แทน 2/4/1948 ได้จดทะเบียนต่อกระทรวงศึกษาธิการโดยเปลี่ยนชื่อมาเป็นโรงเรียนกว่าง
เจ้า มิถุนายน 1948 อาจารย์ใหญ่ ก๊ำเชกฟ๊ง มีธุรกิจรัดตัวจึงขอลาออก กรรมการโรงเรียนมีมติให้เชิญ มหาบัน
ทิต (มาเซาเฮ้ง) มาลี เลียงชัยกุล เข้ารับตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่คนที่ 3
ย้ายสถานศึกษาใหม่ ด้วยเหตุพื้นที่บริเวณภายในสมาคมกว๋องสิว มีไม่เพียงพอสำหรับนักเรียนจำนวนพันกว่าคน ลูกหลานชาวจีนอีก
มาก ไม่สามารถเข้าเรียนได้ กรรมการบริหารโรงเรียน จึงมติให้ย้ายสถานศึกษาไปยังที่ใหม่ ซึ่งเป็นสุสานเดิมที่ได้ปล่อยทิ้งร้างไว้อยู่ถนนสีลม
30/0/1954 จัดพิธีสั่งลาโรงเรียนเก่าภายในโรงเรียน 01/7/1954 สถานศึกษาใหม่เปิดทำการสอนทันที
เปิดชั้นเรียนมัธยมศึกษา 04/9/1964 ผู้อำนวยการโรงเรียน นางมาลี เลียงชัยกุล ได้ยื่นขออนุญาตเปิดทำการสอนชั้นมัธยมศึกษาต่อกระ
ทรวงศึกษาธิการใช้เวลาประมาณครึ่งปีจึงได้รับใบอนุญาต 17/5/1965 จัดงานพิธีเปิดทำการสอน โดยให้นับวันนี้เป็นวันเริ่มเปิดสอนชั้นมัธยม
ศึกษาของโรงเรียน ค.ศ.1967 นักเรียนเพิ่มขึ้นเกินคาด จำต้องก่อสร้างห้องเรียนเพิ่มขึ้นค.ศ.1968 ตึกเรียนของชั้นมัธยมศึกษา สร้างเสร็จเรียบ
ร้อน ค.ศ. 1972 โรงเรียนได้รับเกียรติจากกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นโรงเรียนที่ได้รับรองวิทยาฐานะ